Calo 03
สื่อการสอนชุดนี้ เป็นชุดที่ทำต่อจาก ชุด “กีตาร์คลาสสิค (การเล่นกีตาร์คลาสิคเบื้องต้น)" คำว่า "การเล่นกีตาร์คลาสสิค" โดยส่วนใหญ่จะหมายถึง การเล่นเพลงในสไตล์คลาสสิคด้วยกีตาร์คลาสสิคแต่บางทีก็มีการนำกีตาร์คลาสสิคไปเล่นในสไตล์อื่นอยู่บ้าง สำหรับผู้เริ่มต้นเล่นกีตาร์ในสไตล์คลาสสิคมักจะประสบอุปสรรคปัญหาต่างๆ คือ
1. ภาษา ที่หลากหลายตามเชื้อชาติศิลปิน (อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน ฯลฯ) ทำให้ยากต่อการอ่านแยกแยะและจดจำซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งชื่อศิลปินและชื่อเพลง
-ชื่อของศิลปิน ในสมัยก่อนมักใช้เป็นตัวย่อ เช่น Guiliani M., Aguado D., Carulli F., Coste N. ซึ่งอาจจะทำให้ไม่คุ้นเคยเท่ากับศิลปินสมัยนี้ที่เรียกชื่อเต็ม เช่น John William, Julian Beam etc.)
-ชื่อเพลงหรือคำศัพท์ต่างๆ ที่มีหลายภาษา เช่น Etude : ?tude, Study (Fr.), Etude, Studie (Ger.), Studio (It.), Estudio (Sp.), Minuet : Menuet (Fr.), Menuett (Ger), Minuetto (It.), Minu?, Minuete (Sp.)
2. ยุคสมัยที่ไกลตัว ยากต่อการจดจำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวศิลปินเช่น
2.1 รูปภาพ ถ้าเป็นศิลปินที่เก่ามาก จะไม่มีรูปถ่าย แต่จะเป็นรูปวาด
2.2 เรื่องราว ประวัติชีวิตความเป็นไป
3. ต้องเรียนตัวโน้ตสากล ต้องมีพื้นฐานภาอังกฤษ ต้องฝึกนิ้วมือขวา
4. หากต้องการศึกษาให้ลึกโดยศึกษาในภาคทฤษฎี จะต้องพบกับทฤษฎีทางคลาสสิค ที่ละเอียดมีกฎจำนวนมากและยังมีผู้สอนจำนวนน้อย
5. สื่อการสอน (โน้ตเพลงหรือตำรา), สื่อทางเสียง (เช่น CD เพลง) และสื่อทางภาพ (VCD, DVD คอนเสิร์ตและการสอน) มีจำกัด หรือมีราคาแพงต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ
ด้วยความเข้าใจอุปสรรคปัญหา ต่างๆ ดังกล่าว จึงพยายามทำคอนเซ็ปท์ของชุด นี้ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจทั่วไปจะได้เข้าถึงได้ง่าย
รวมทั้งทำการสรุปหัวข้อการสอนจากชุดแรกเพื่อให้เนื้อหา มีความต่อเนื่องกันมากที่สุดและเสริมพื้นฐานเดิมให้ครบถ้วนมากขึ้น เพื่อพัฒนาการเล่นในลำดับถัดไป ซึ่งจะเป็นเหมือนภาคปฏิบัติของชุดที่แล้วส่วนหนึ่งและจะมีเนื้อหาที่ยากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ดังนี้
1. ทำ Tab ประกอบแบบฝึกทบทวนสาย 1-6 บน Position ที่ I เพื่อให้คุ้นเคยและจำได้ง่ายขึ้น
2. มีการอธิบายชื่อโน้ตเป็นภาษาไทยเพิ่มเติมเพื่อให้ง่ายต่อการจำ
3. เน้นให้เกิดความเพลิดเพลิน โดยหาบทเพลงที่ไพเราะ สนุกสนาน และเป็นโน้ตที่ไม่ยากต่อการ อ่านและมีความต่อเนื่องมาจากชุดที่แล้วมาให้เล่นเพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อหรือ ติดขัดอยู่กับการอ่านโน้ต
4. แนะนำการใช้นิ้ว (Fingering) ทางนิ้วมือซ้ายในการกดในตำแหน่งเดียวกันแต่ใช้นิ้วต่างกัน หรือการใช้นิ้วมือขวาในการดีดเช่น เมื่อไรจึงควรจะใช้นิ้ว i หรือ m จะใช้นิ้วโป้งกับสายไหน จะใช้นิ้ว i, m, a กับสายไหนอาจมีการเปลี่ยนเพื่อให้ง่ายขึ้นเป็นรูปแบบของตนเอง
5. แนะนำการเล่น เช่น เมื่อไรควรจะหยุดเบส, เมื่อไร Hold Note, ความจำเป็นของ Free Strok e- Rest Stroke
6. มีการอธิบายเรื่อง Time Signature, Key Signature และ Position รวมทั้งเทคนิคต่างๆ แต่สำหรับ ในเรื่องของ Scale จะอธิบายเฉพาะ Scale ที่ใช้ในแต่ละตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงทุก Scale ผู้ที่สนใจควรที่จะได้หาความรู้เพิ่มเติมจากสื่อการสอน ในชุดที่ว่าด้วยเรื่อง "Scale" โดยเฉพาะ
เนื้อหาในชุดนี้ อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทุก ประการที่กล่าวไว้ข้างต้นได ้ทั้งหมดเสียทีเดียว แต่ก็เชื่อว่าจะได้ช่วย ทำให้มีความเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และพัฒนาฝีมือขึ้นมาอีกลำดับขั้นหนึ่ง กระนั้นก็ดียังมีเนื้อหาอีกมากที่จะต้องทำการศึกษาเพื่อช่วยพัฒนาการเล่นให้มีความ
เชี่ยวชาญมากขึ้นในโอกาส ต่อไป